แต่งห้องสไตล์เกาหลีได้ง่าย ใช้งบไม่เยอะ

การจัดตกแต่งห้องที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในปัจจุบันต้องยกให้กับการจัดตกแต่งห้องสไตล์เกาหลี ด้วยอิทธิพลจากซีรี่ส์และวัฒนธรรมต่าง ๆ จากประเทศใกล้เคียงจึงส่งผลให้รูปแบบการจัดตกแต่งหรือสไตล์สินค้าต่าง ๆ ได้รับความสนใจอย่างสูง โดยเฉพาะ การจัดบ้าน และ การจัดตกแต่งห้องให้เป็นสไตล์เกาหลี ยิ่งการจัดตกแต่ง ห้องสไตล์เกาหลี นี้เหมาะกับผู้อยู่อาศัยที่มีพื้นที่ห้องขนาดเล็ก หรือคนที่อยู่หอพักและคอนโดก็สามารถจัดตกแต่งได้ เป็นขนาดพื้นที่ที่เหมาะสม โดยการแต่งห้องแนวนี้จะเน้นโทนรู้สึกอบอุ่น สวย และมีความเรียบง่าย เพราะด้วยความมีห้องขนาดเล็กอยู่แล้ว ควรจัดตกแต่งให้มีความรู้สึกเติมเต็ม อบอุ่น เหมือนได้อยู่บ้านตลอดเวลาแม้อยู่กับห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เช่น การจัดวางเตียงเดี่ยวขนาดเล็กแต่ภายในห้องให้เพิ่มโซฟาและโต๊ะขนาดเล็กสำหรับทำโซนนั่งเล่น โซนงานอดิเรกขนาดย่อมไว้ และที่สำคัญคืออย่าลืมหาพรมและการปูพื้นที่เหมาะสม เป็นต้น ส่วนโทนสีที่ควรใช้ ต้องเลือกสีโทนอ่อน เอิร์ธโทน วอร์มโทน หรือพาสเทลที่เฉดวอร์ม หลีกเลี่ยงสีขาวและสีทึบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งใหญ่หรือของใช้ ของประดับ ของสะสมภายในห้อง

ในส่วนของคนที่ชอบสะสมของกระจุกกระจิก หรือชอบซื้อของตกแต่งต่าง ๆ เข้ามาจัดวางใน การตกแต่งห้องสไตล์เกาหลี แบบนี้บอกเลยว่าไม่ผิด และสามารถนำเข้ามาใช้ได้ทั้งหมด แต่ไม่ควรเป็นของสะสมหรือของตกแต่งชิ้นใหญ่ ไม่เช่นนั้นจะเปลี่ยนความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยได้ทันที จากความรู้สึกอบอุ่น สงบ และสบาย จะกลายเป็นความรู้สึกอึดแอ แออัดขึ้นมา แม้จะเป็นของใหญ่เพียงแค่ 1 ชิ้นก็ตาม เรียกได้ว่าเป็นความรู้สึกของการจัดตกแต่งนั่นเอง ส่วนที่สำคัญอีกอย่างคือการจัดวางและเลือกหลอดไฟ มีให้เลือก 2 แบบคือต้องการตกแต่งโทนไฟเหลืองอ่อนแบบสลัว ๆ หลอดเล็ก ๆ เป็นสายระโยงรยางค์จำนวนมาก หรือใช้หลอดโคมไฟใหญ่สีวอร์มไลท์ 1 หลอดเลย สามารถเลือกได้ตามแต่ความชอบของคนจัดตกแต่งและผู้อยู่อาศัยที่ต้องการห้องสไตล์เกาหลี

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการจัดตกแต่งห้องสไตล์เกาหลีนั้น เป็นการจัดตกแต่งสไตล์ออกไปทางน่ารัก ละมุน และบรรยากาศที่อบอุ่น เหมาะกับคนติดบ้านหรือขี้เหงา อีกทั้งการจัดห้องสไตล์เกาหลีนี้ยังเป็นการจัดตกแต่งที่ประหยัดต้นทุน ใช้งบไม่เยอะ เป็นของขนาดเล็กทั้งหมด ไปจนถึงโทนสีที่เน้นสีเฉดอ่อน ไม่ฉูดฉาด ไม่หวือหวา และไม่ควรมีของใช้หลุดคอนเซปเข้ามาปะปน ไม่เช่นนั้นจะทำให้บรรยากาศของห้องสไตล์เกาหลีเปลี่ยนไปในความรู้สึกทางลบขึ้นมาได้ทันที

เปิดสูตรไม่ลับ วิธีการถนอมอาหารแบบโบราณด้วยการแช่อิ่ม

ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ หนึ่งผลไม้ที่จะออกดอกออกผลให้เราๆ รับประทานนั่นก็คือ กระท้อนผลไม้รสเปรี้ยว ที่ผู้คนมักจะนิยมเอามาแช่อิ่มมากที่สุด การแช่อิ่มนั้นถือเป็นวิธีการถนอมอาหาร ของไทยมาตั้งแต่โบราณ วิธีการก็ง่ายดาย นอกจากนั้นยังใช้วัตถุดิบที่มีราคาไม่แพงอีกด้วย ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมแช่อิ่มผลไม้ต่าง ๆ วันนี้เราจึงจะมาแนะนำการแช่อิ่มให้ทุกคนได้รู้จักมากยิ่งขึ้น

ยืดอายุผลไม้ให้ยาวนานด้วยการแช่อิ่ม

การแช่อิ่มคือกระบวนการถนอมอาหาร โดยการทำให้น้ำเชื่อมซึมเข้าสู่เนื้อผลไม้อย่างรวดเร็วด้วยความร้อน น้ำตาลจะช่วยคงสภาพผลไม้และทำให้เก็บได้นานมากยิ่งขึ้น กรรมวิธีก็มีหลากหลาย เช่น แบบรวดเร็ว คือการต้มผลไม้ในน้ำเชื่อมเข้มข้น พอน้ำเชื่อมงวดแล้วจึงนำผลไม้ที่ได้ไปตากแดดจนแห้ง แต่ตัวผลไม้จะเหี่ยวย่น ส่งผลให้ผลไม้นั้นเหนียวหรือแข็งมากขึ้น โดยจะนิยมทำในผักหรือเปลือกผลไม้ หรืออีกวิธีการหนึ่งคือนำผลไม้มาต้มในน้ำเชื่อมที่เข้มข้นกำลังพอดีผสมเกลือเล็กน้อยประมาณ 5-10 นาที หลังจากนั้นให้เทลงภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดแล้วปิดฝาไว้จนครบ 1 วัน วันรุ่งขึ้นให้แยกผลไม้ออกมาแล้วเติมน้ำตาลเข้าไปในน้ำเชื่อแล้วแช่อีก 1 วัน ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ จนครบ 1 อาทิตย์ จึงนำผลไม้นั้นไปตากหรืออบแห้ง

เรื่องสำคัญที่ควรระวังคือการรักษาความสะอาดของผลไม้ก่อนนำมาแช่อิ่ม ควรล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นตามขนาดที่ต้องการ หลังจากนั้นควรลวกหรือนึ่งก่อนนำไปแช่อิ่ม เนื่องจากจะทำให้เนื้อมีสัมผัสที่นุ่มขึ้น น้ำเชื่อมซึมง่าย และช่วยทำลายเอ็นไซม์ อีกด้วย ผลไม้ที่นำมาแช่อิ่มนั้นควรเลือกผลไม้ที่มีรสชาติออกเปรี้ยว เช่น กระท้อน มะม่วง มะขาม มะดัน ไม่ควรแช่อิ่มผลไม้ที่ห่ามหรือสุกแล้ว สามารถนำไปแช่น้ำปูนใสเพื่อเพิ่มความกรอบให้กับผลไม้ได้ นอกจากนั้นแล้วยังสามารถเติมสารบางชนิดเพื่อให้การแช่อิ่มสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เช่น หากเนื้อผลไม้นิ่มเกินไป ควรใส่ แคลเซียมคลอไรด์ เพื่อเพิ่มความคงตัว หรือเพิ่มความหอม สีสันสดใส และรสสัมผัสที่ดีขึ้นด้วยกรดซิตริก ในอัตราส่วน 5 กรัมต่อลิตร

หวานๆ เค็มๆ รสชาติที่คุ้นเคยจากการแช่อิ่ม

ผลไม้แช่อิ่มนั้นนอกจากจะทำให้เก็บรักษาได้ยาวนานขึ้นและยังช่วยเพิ่มรสชาติให้กับผลไม้เดิม ๆ ให้อร่อยยิ่งขึ้นไปอีก จนบางท่านนั้นชอบ ผลไม้แช่อิ่ม มากกว่าผลไม้สดเสียอีก แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อสุขภาพที่ดีแล้วนั้น เราควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ มาแล้วเช่นแช่อิ่มหรือดอง กินในปริมาณที่พอดี ไม่มากจนเกินไป ก็จะสามารถเพลิดเพลินกับความอร่อยได้โดยที่ไม่อันตรายต่อสุขภาพ