เปิดสูตรไม่ลับ วิธีการถนอมอาหารแบบโบราณด้วยการแช่อิ่ม

ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ หนึ่งผลไม้ที่จะออกดอกออกผลให้เราๆ รับประทานนั่นก็คือ กระท้อนผลไม้รสเปรี้ยว ที่ผู้คนมักจะนิยมเอามาแช่อิ่มมากที่สุด การแช่อิ่มนั้นถือเป็นวิธีการถนอมอาหาร ของไทยมาตั้งแต่โบราณ วิธีการก็ง่ายดาย นอกจากนั้นยังใช้วัตถุดิบที่มีราคาไม่แพงอีกด้วย ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมแช่อิ่มผลไม้ต่าง ๆ วันนี้เราจึงจะมาแนะนำการแช่อิ่มให้ทุกคนได้รู้จักมากยิ่งขึ้น

ยืดอายุผลไม้ให้ยาวนานด้วยการแช่อิ่ม

การแช่อิ่มคือกระบวนการถนอมอาหาร โดยการทำให้น้ำเชื่อมซึมเข้าสู่เนื้อผลไม้อย่างรวดเร็วด้วยความร้อน น้ำตาลจะช่วยคงสภาพผลไม้และทำให้เก็บได้นานมากยิ่งขึ้น กรรมวิธีก็มีหลากหลาย เช่น แบบรวดเร็ว คือการต้มผลไม้ในน้ำเชื่อมเข้มข้น พอน้ำเชื่อมงวดแล้วจึงนำผลไม้ที่ได้ไปตากแดดจนแห้ง แต่ตัวผลไม้จะเหี่ยวย่น ส่งผลให้ผลไม้นั้นเหนียวหรือแข็งมากขึ้น โดยจะนิยมทำในผักหรือเปลือกผลไม้ หรืออีกวิธีการหนึ่งคือนำผลไม้มาต้มในน้ำเชื่อมที่เข้มข้นกำลังพอดีผสมเกลือเล็กน้อยประมาณ 5-10 นาที หลังจากนั้นให้เทลงภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดแล้วปิดฝาไว้จนครบ 1 วัน วันรุ่งขึ้นให้แยกผลไม้ออกมาแล้วเติมน้ำตาลเข้าไปในน้ำเชื่อแล้วแช่อีก 1 วัน ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ จนครบ 1 อาทิตย์ จึงนำผลไม้นั้นไปตากหรืออบแห้ง

เรื่องสำคัญที่ควรระวังคือการรักษาความสะอาดของผลไม้ก่อนนำมาแช่อิ่ม ควรล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นตามขนาดที่ต้องการ หลังจากนั้นควรลวกหรือนึ่งก่อนนำไปแช่อิ่ม เนื่องจากจะทำให้เนื้อมีสัมผัสที่นุ่มขึ้น น้ำเชื่อมซึมง่าย และช่วยทำลายเอ็นไซม์ อีกด้วย ผลไม้ที่นำมาแช่อิ่มนั้นควรเลือกผลไม้ที่มีรสชาติออกเปรี้ยว เช่น กระท้อน มะม่วง มะขาม มะดัน ไม่ควรแช่อิ่มผลไม้ที่ห่ามหรือสุกแล้ว สามารถนำไปแช่น้ำปูนใสเพื่อเพิ่มความกรอบให้กับผลไม้ได้ นอกจากนั้นแล้วยังสามารถเติมสารบางชนิดเพื่อให้การแช่อิ่มสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เช่น หากเนื้อผลไม้นิ่มเกินไป ควรใส่ แคลเซียมคลอไรด์ เพื่อเพิ่มความคงตัว หรือเพิ่มความหอม สีสันสดใส และรสสัมผัสที่ดีขึ้นด้วยกรดซิตริก ในอัตราส่วน 5 กรัมต่อลิตร

หวานๆ เค็มๆ รสชาติที่คุ้นเคยจากการแช่อิ่ม

ผลไม้แช่อิ่มนั้นนอกจากจะทำให้เก็บรักษาได้ยาวนานขึ้นและยังช่วยเพิ่มรสชาติให้กับผลไม้เดิม ๆ ให้อร่อยยิ่งขึ้นไปอีก จนบางท่านนั้นชอบ ผลไม้แช่อิ่ม มากกว่าผลไม้สดเสียอีก แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อสุขภาพที่ดีแล้วนั้น เราควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ มาแล้วเช่นแช่อิ่มหรือดอง กินในปริมาณที่พอดี ไม่มากจนเกินไป ก็จะสามารถเพลิดเพลินกับความอร่อยได้โดยที่ไม่อันตรายต่อสุขภาพ